ประวัติหุ่นกระบอกจังหวัดพิจิตร

เดิมนายเหน่งเป็นช่างแกะสลักหน้าบันโบสถ์ และรับจ้างให้แกะเหรียญกษาปณ์ นายเหน่งเป็นคนตลก มักหัวมันมาแกะเป็นรูปหัวทำเป็นตุ๊กตาเล่นกับเด็กวัด บังเอิญนายเหน่งมีญาติที่เป็นนายละคร จึงคิดการแสดงขึ้นมา และแกะหัวหุ่นทำจากไม้ แล้วนำการเล่นของละครประสมเป็นเนื้อเรื่อง เป็นละครนอก จากนิทานพื้นบ้านต่างๆ เช่น แก้วหน้าม้า พระอภัยมณี มีการเชิดเล่นในจังหวัดนครสวรรค์ ที่ได้มาเกี่ยวข้องกับจังหวัดพิจิตร เพราะนายเหน่งกับนายดัดที่เป็นเจ้าของหุ่นที่จังหวัดพิจิตรเป็นเพื่อนสนิทกันและเล่นหุ่นกระบอกมาด้วยกัน จนนายดัดแยกมาอยู่ที่พิจิตร สันนิษฐานว่า หุ่นนายดัดน่าจะเป็นหุ่นยุคเดียวกันกับนายเหน่ง และตามตำนาน พระเดชพระธาตุต้นที่นครสวรรค์ รัชกาลที่ 5 มาทอดพระเนตรเห็นและชมการเล่นหุ่นกระบอก ชมว่าเล่นดี ติอย่างเดียวคือหุ่นเล็กเกินไป เพราะลักษณะหัวหุ่นมีขนาดเท่ากำปั้น นี่คือข้อมูลยืนยันว่าหุ่นกระบอกของจังหวัดพิจิตร น่าจะเกิดขึ้นในช่วงรัชสมัยรัชกาลที่ 5

หุ่นกระบอกตาดัด มีลักษณะใบหน้าทาสี เขียนตา ทาปากแดง พอผ่านยุคสมัยมา เริ่มมีการเล่นสีหน้า ทาแก้มแดง เริ่มมีขนคิ้ว ยุคหลังมาเริ่มเพิ่มกลไกเข้าไปในหุ่นกระบอก โดยลักษณะของหัวหุ่นจะเป็นโพรง มีเครื่องประดับ หุ่นกระบอกตาดัดมีจำนวนไม่มากทำเป็นโรงแคบๆ ขนาดนี้ มีม่านกั้น 2 ชั้น ชั้นหน้าเป็นผ้าขาว ประมาณ 1 เมตร เป็นชั้น 2 ฉากจะสูงกว่าครึ่งหนึ่งและคนก็อยู่ในฉากนั้น แล้วเขาก็เชิดมาเชิดไปครึ่งตัว ไม่เห็นเท้า มือ หรือตัวของคนเชิด เห็นแต่ตัวหุ่นกระบอกเชิด ผสมการร้องเป็นเรื่องราวไปเรื่อยๆ และมีดนตรีประกอบ คือ ระนาด กลอง กระจับปี่ สีซอ อยู่หลังโรง

แต่ก่อนโรงหุ่นกระบอกตาดัดชื่อคณะว่าแม่หลี ซึ่งเป็นชื่อของลูกสาวคนโต เป็นที่นิยมชื่นชอบของคนในสมัยก่อน พอผ่านไปสักระยะหนึ่ง พวกลูกโรงทั้งหลายเริ่มออกเรือนมีครอบครัว ตาดัดก็เริ่มมีอายุมากขึ้น เลยแยกย้ายกันไป ตาดัดสั่งสั่งลูกหลานไว้ว่าหุ่นกระบอกเวลาจะไปไหน ต้องไปทั้งชุด ไม่สามารถแยกออกจากกันได้เลย ทำให้หุ่นกระบอกคงไว้เพียงเท่านี้ ไม่มีการต่อยอดสืบสาน อายุหุ่นตอนนี้เกือบ 100 กว่าปีแล้ว บรรดาลูกหลานจึงคิดหาวิธีสืบสาน และมอบหุ่นกระบอกตาดัดให้ท่านเจ้าคุณเมธี ที่วัดท่าหลวง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและเผยแพร่ต่อไป

“หุ่นกระบอกไทย” จึงถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าและเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดพิจิตร ที่มีการถ่ายทอดจากบรรพชนสู่คนรุ่นปัจจุบัน หุ่นกระบอกไทยกลายเป็นศิลปะที่งดงาม ถูกสร้างขึ้นจากภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่สะท้อนให้เห็นบริบททางสังคม และวัฒนธรรมของจังหวัดพิจิตร เป็นที่น่าเสียดายที่ปัจจุบัน หุ่นกระบอกไทยมีจำนวนลดลง อาจเป็นเพราะค่านิยมทางสังคมที่เปลี่ยนไป ไม่ได้รับการสืบทอดและพัฒนา ต่อยอด ส่งเสริม และเผยแพร่หุ่นกระบอกไทย

โรงเรียนหนองโสนพิทยาคม ให้ความสำคัญในการร่วมอนุรักษ์หุ่นกระบอกไทย มุ่งรักษาและธำรงไว้ซึ่งเอกลักษณ์พื้นถิ่นของชุมชน รวมถึงการอนุรักษ์ส่งเสริมหุ่นกระบอกไทย มรดกไทยที่ทรงคุณค่าของจังหวัดพิจิตร ที่กำลังถูกลืมและเลือนหายตามกาลเวลา โรงเรียนหนองโสนพิทยาคมจึงได้ประดิษฐ์หุ่นกระบอกไทยขึ้นจากผ้าทอมือและวัสดุเหลือใช้ เพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยและน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ มาปรับใช้ และนำหุ่นกระบอกไทยมาเชิดประกอบกับการร้องเพลงฉ่อยให้เกิดความสนุกสนานและน่าสนใจ โดยมีเนื้อหาในการอนุรักษ์หุ่นกระบอกไทย ทั้งยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีของคนในชุมชน ส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในชุมชนอย่างมีความสุข ร่วมกันพัฒนาแบ่งปันให้หุ่นกระบอกไทยเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และเกิดประโยชน์ให้กับคนในชุมชนหนองโสน

ต้นแบบหุ่นกระบอก ตาดัด ยายหลี จังหวัดพิจิตร

คุณแม่อุไร   เปรมาตุนและคุณอุไร    เปรมาตุน ทายาทตาดัด ยายหลี

คุณอุไร    เปรมาตุนและครอบครัว ทายาท ตาดัด ยายหลี มอบทุนสนับสนุนโครงการ